ตอนที่ 8: ปริศนาแห่งหุบเขามรณะ
ตอนที่ 8: ปริศนาแห่งหุบเขามรณะ
หลังจากเอาชนะโกรธัสได้ จิระและลิลี่เดินทางออกจากนครมรณะด้วยความมุ่งมั่น พวกเขารู้ว่ายודมีศัตรูอีกมากที่รอการเผชิญหน้า และพันธมิตรที่พวกเขาต้องการอาจซ่อนตัวอยู่ในที่ที่พวกเขาไม่คาดคิด
การเดินทางครั้งนี้พาพวกเขาไปสู่ หุบเขามรณะ หุบเขาที่มีชื่อเสียงในเรื่องของความลึกลับและอันตราย ผู้คนเล่าขานกันว่าหุบเขาแห่งนี้เป็นที่ซ่อนของขุมพลังโบราณ และเป็นที่อยู่ของสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้
"เราต้องระวังให้มาก" ลิลี่พูดขณะที่พวกเขาเดินเข้าใกล้หุบเขา "ที่นี่เต็มไปด้วยกับดักและสิ่งมีชีวิตที่เราไม่รู้จัก"
จิระพยักหน้า เขารู้สึกได้ถึงพลังบางอย่างที่ดึงดูดเขาเข้ามาในหุบเขาแห่งนี้ ดาบแห่งแสงในมือของเขาส่องแสงจางๆ ราวกับกำลังตอบสนองต่อพลังที่ซ่อนอยู่
เมื่อพวกเขาเดินลึกเข้าไปในหุบเขา บรรยากาศรอบตัวก็เริ่มเปลี่ยนไป อากาศหนาวเย็นลง และเสียงลมที่พัดผ่านหุบเขาดังเหมือนเสียงครวญครางของวิญญาณที่หลงทาง
ทันใดนั้น พวกเขาได้ยินเสียงก้องมาจากด้านหน้า "ผู้ที่เข้ามาในหุบเขามรณะ จงเตรียมตัวเผชิญกับบททดสอบของเจ้า"
จากนั้น ทางเดินข้างหน้าพวกเขาก็ถูกปิดกั้นด้วยกำแพงหินขนาดใหญ่ ที่มีสัญลักษณ์ประหลาดสลักอยู่ จิระและลิลี่มองกันด้วยความสงสัย
"นี่คือปริศนา" ลิลี่พูด "เราต้องแก้มันเพื่อผ่านไป"
บนกำแพงหินมีสัญลักษณ์ที่ดูเหมือนตัวอักษรโบราณ และมีช่องว่างสำหรับวางวัตถุบางอย่าง จิระสังเกตเห็นว่ามีหินสีต่างๆ วางอยู่รอบๆ พวกเขาต้องนำหินเหล่านี้ไปวางในช่องว่างให้ถูกต้อง
"เราต้องหาหลักเกณฑ์ในการวางหินเหล่านี้" จิระพูด
ลิลี่ใช้ความรู้ด้านเวทมนตร์ของเธอเพื่อวิเคราะห์สัญลักษณ์บนกำแพง "มันดูเหมือนจะเกี่ยวข้องกับธาตุทั้งสี่: ดิน น้ำ ลม และไฟ"
ทั้งสองคนเริ่มทดลองวางหินตามธาตุที่คิดว่าถูกต้อง แต่ทุกครั้งที่ผิด กำแพงหินก็สั่นสะเทือนและส่งเสียงคำรามราวกับกำลังเตือนพวกเขา
"เราต้องคิดใหม่" จิระพูด "บางทีมันอาจไม่ใช่แค่ธาตุ แต่เกี่ยวข้องกับความสมดุล"
ลิลี่พยักหน้า "ใช่ ความสมดุลระหว่างความดีและความชั่ว แสงและความมืด"
พวกเขาลองวางหินอีกครั้ง โดยคำนึงถึงความสมดุลของพลัง และทันใดนั้น กำแพงหินก็ค่อยๆ เลื่อนออกไป เปิดทางให้พวกเขาผ่านไปได้
เมื่อผ่านกำแพงหินไป พวกเขาก็พบกับภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจ หุบเขาด้านในเต็มไปด้วยแสงสีทองที่ส่องสว่าง และมีวิหารโบราณตั้งตระหง่านอยู่กลางหุบเขา
"นั่นคือวิหารแห่งแสง" ลิลี่พูดด้วยความตื่นเต้น "มันเป็นที่ซ่อนของพลังโบราณที่เรากำลังตามหา"
แต่ก่อนที่พวกเขาจะเดินทางไปถึงวิหาร เสียงคำรามดังก้องมาจากด้านหลัง พวกเขาหันไปเห็นอสูรขนาดใหญ่ที่มีรูปร่างคล้ายสิงโต แต่มีปีกและหางที่ยาวเหยียด มันคือ สิงโตปีกดำ ผู้พิทักษ์วิหาร
"ไม่มีใครผ่านไปได้โดยไม่ผ่านข้า" สิงโตปีกดำคำราม
จิระยกดาบแห่งแสงขึ้น "เราต้องผ่านไป เรามาที่นี่เพื่อค้นหาพลังที่จะช่วยโลก"
สิงโตปีกดำส่งเสียงคำรามและโจมตีทันที จิระและลิลี่ต้องใช้ทุกความสามารถที่มีเพื่อต่อสู้กับมัน สิงโตปีกดำมีความเร็วและพลังที่เหนือกว่า แต่จิระก็ไม่ยอมแพ้
ในที่สุด จิระใช้พลังแห่งแสงที่ไหลผ่านดาบของเขา และพุ่งเข้าหาสิงโตปีกดำด้วยความเร็วสูง เขาฟาดฟันมันจนสิงโตปีกดำล้มลงและสลายไปในอากาศ
เมื่อสิงโตปีกดำหายไป เสียงก้องดังขึ้นอีกครั้ง "เจ้าได้พิสูจน์ตัวเองแล้ว เจ้าสมควรที่จะได้รับพลังแห่งวิหาร"
จิระและลิลี่เดินเข้าไปในวิหารแห่งแสง และพบกับแท่นบูชาที่มีดวงแก้วสีทองวางอยู่ ดวงแก้วนี้คือ แก้วแห่งปัญญา ซึ่งเป็นหนึ่งในขุมพลังโบราณที่พวกเขาตามหา
"นี่คือสิ่งที่เราต้องการ" ลิลี่พูดด้วยความตื่นเต้น
จิระหยิบแก้วแห่งปัญญาขึ้นมา และรู้สึกถึงพลังที่ไหลผ่านตัวเขา เขารู้ว่าแก้วนี้จะช่วยพวกเขาในการต่อสู้กับกาลิยะกะและกลุ่ม 7 บาป
แต่ทันใดนั้น พวกเขาได้ยินเสียงหัวเราะเยาะเย้ยจากด้านหลัง "เจ้าไม่น่ามาที่นี่" เสียงนั้นดังขึ้น
พวกเขาหันไปเห็นชายร่างสูงสวมชุดสีดำ เขาคือ ยมราช ผู้นำของกาลิยะกะ
"ยมราช!" จิระตะโกน
"ใช่ ข้าคือยมราช และแก้วแห่งปัญญาจะเป็นของข้า" เขาตอบด้วยเสียงเย็นชา
ยมราชยกมือขึ้น และทันใดนั้น พลังเวทมนตร์มืดก็โจมตีจิระและลิลี่ พวกเขาต้องใช้ทุกความสามารถที่มีเพื่อป้องกันตัวเอง
การต่อสู้ครั้งนี้จะเป็นการเผชิญหน้าที่สำคัญที่สุดของพวกเขา จิระรู้ว่าเขาต้องใช้พลังแห่งแสงและแก้วแห่งปัญญาเพื่อต่อสู้กับยมราช และปกป้องโลกจากความชั่วร้าย
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น